อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026
สรุปสั้น ๆ: พกบัตร Visa หรือ Mastercard ติดตัว (บัตร Amex ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง) พร้อมเงินสดสำรองประมาณ ₩100,000–200,000 — คนเกาหลีส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแบบแทบไม่พึ่งเงินสดกันอยู่แล้ว แต่ร้านเล็ก ๆ ตลาด และตู้ขนส่งสาธารณะบางจุดก็ยังไม่รับบัตรต่างชาติ ควรแลกเงินสดส่วนใหญ่ที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ร้านแลกเงินย่านเมียงดง หรือตู้ WOWPASS แทนที่จะแลกที่สนามบิน ทำบัตรโดยสารสาธารณะ T-money ไว้ใช้ขึ้นรถบัสและรถไฟใต้ดิน และถ้าช้อปที่ร้านมีป้าย “Tax Free” ให้เก็บใบเสร็จไว้เพื่อขอคืนภาษี VAT ก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน
เรื่องเงินในเกาหลีมีระบบการจ่ายเงินสองสายที่ทำงานคู่กันไป คนท้องถิ่นจ่ายค่าแทบทุกอย่าง ตั้งแต่กาแฟ ค่าแท็กซี่ ไปจนถึงของชิ้นเดียวในร้านสะดวกซื้อ ด้วยการแตะบัตรหรือแตะมือถือ และประเทศนี้มักถูกยกให้เป็นหนึ่งในสังคมไร้เงินสดที่สุดในโลก แต่โครงสร้างพื้นฐานนั้นถูกสร้างมาเพื่อบัตรที่ออกในเกาหลีเป็นหลัก บัตร Visa และ Mastercard จากต่างประเทศตอนนี้ใช้ได้แทบทุกที่แล้ว การรับบัตรต่างชาติที่ตู้ขนส่งสาธารณะก็ขยายมากขึ้น และเครื่องมือสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่าง WOWPASS ก็เกิดขึ้นมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ — แต่ร้านอาหารเล็ก ๆ ตลาดดั้งเดิม และแผงลอยริมทางจำนวนไม่น้อยก็ยังรับแต่เงินสดหรือบัตรในประเทศเท่านั้น
คู่มือนี้ครอบคลุมสิ่งที่สำคัญจริง ๆ เมื่อลงพื้นที่จริง — ควรพกเงินสดเท่าไหร่ บัตรต่างชาติใช้ได้ที่ไหนและใช้ไม่ได้ที่ไหน ที่แลกเงินที่ดีที่สุด T-money กับคู่แข่งทำงานอย่างไร และวิธีขอคืนภาษีให้สำเร็จก่อนเดินทางกลับ

สารบัญ
- สรุปสิ่งสำคัญแบบเร็ว ๆ
- ควรพกเงินสดไปเกาหลีเท่าไหร่?
- บัตรเครดิตและเดบิตต่างชาติใช้ได้ในเกาหลีไหม?
- ควรแลกเงินที่ไหนในเกาหลี?
- T-money คืออะไร จำเป็นต้องมีไหม?
- T-Money กับ WOWPASS กับ Climate Card — เลือกอันไหนดี?
- การขอคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวทำงานอย่างไร?
- ที่เกาหลีต้องให้ทิปไหม?
- วางแผนทริปของคุณ
สรุปสิ่งสำคัญแบบเร็ว ๆ
ถ้าจำเรื่องเงินในเกาหลีได้แค่ห้าข้อ ให้จำสิ่งเหล่านี้ไว้:
- พกเงินสดติดตัว ₩100,000–200,000 ไว้เป็นตัวสำรอง แม้ว่าปกติจะจ่ายด้วยบัตรเป็นหลักก็ตาม
- บัตร Visa และ Mastercard ใช้ได้แทบทุกที่ ที่รับบัตร — ร้านเล็ก ๆ อิสระและตลาดคือข้อยกเว้นหลัก
- ทำบัตร T-money ทันทีที่มาถึง ไว้ใช้ขึ้นรถบัส รถไฟใต้ดิน และซื้อของในร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง
- แลกเงินสดที่ย่านเมียงดงหรือตู้ WOWPASS ไม่ใช่ที่สนามบิน เพื่อให้ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุด
- เก็บใบเสร็จ “Tax Free” ทุกใบ — คุณสามารถขอคืนภาษี VAT บางส่วนก่อนเดินทางกลับได้
ควรพกเงินสดไปเกาหลีเท่าไหร่?
วางแผนพกเงินสดสำรองหมุนเวียนไว้ประมาณ ₩100,000–200,000 (ราว ๆ $75–150) แล้วเติมเมื่อใช้หมด แทนที่จะพกก้อนใหญ่ก้อนเดียวสำหรับทั้งทริป จำนวนนี้ครอบคลุมค่าแท็กซี่สักสองสามเที่ยวเวลาบัตรถูกปฏิเสธ มื้อเที่ยงที่แผงตลาด กล่องบริจาคที่ศาลเจ้า หรือเกสต์เฮาส์เล็ก ๆ ที่บอกราคาว่ารับเฉพาะเงินสด ถ้าทริปของคุณเน้นไปที่แผงสตรีทฟู้ดหรือตลาดดั้งเดิม ให้เก็บแบงก์ย่อยหน่วยเล็ก ₩1,000–₩10,000 ไว้เยอะหน่อย — พ่อค้าแม่ค้าตรงนั้นมักทอนแบงก์ ₩50,000 ไม่ได้โดยเฉพาะช่วงเช้า ๆ
ไม่จำเป็นต้องแลกเงินวอนจากบ้านมาก่อน เพราะเงินวอนเกาหลีหาแลกในอัตราดีนอกประเทศได้ยาก และตู้เอทีเอ็มกับเคาน์เตอร์แลกเงินที่สนามบินอินชอนและกิมโปก็ทำให้คุณได้เงินสดทันทีที่ลงเครื่อง แม้อัตราตรงนั้นจะไม่ใช่อัตราที่ดีที่สุดก็ตาม (รายละเอียดอยู่ด้านล่าง)
บัตรเครดิตและเดบิตต่างชาติใช้ได้ในเกาหลีไหม?
ส่วนใหญ่ใช้ได้ บัตร Visa และ Mastercard ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง — โรงแรม เชนร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และบริษัททัวร์ส่วนใหญ่รับบัตรเหล่านี้โดยไม่มีปัญหา ส่วนบัตร American Express และ Discover ได้รับการยอมรับไม่สม่ำเสมอนัก จึงไม่ควรพึ่งบัตร Amex เป็นบัตรเดียว การแตะจ่ายแบบไร้สัมผัสพบได้ทั่วไปในโซลและปูซาน แต่ยังไม่ทั่วถึงในพื้นที่อื่น ดังนั้นมีบัตรชิปพร้อมรหัส PIN สำรองติดตัวไว้ก็คุ้มค่า

จุดที่บัตรต่างชาติมักมีปัญหาจริง ๆ ได้แก่ ร้านอาหารและคาเฟ่เล็ก ๆ อิสระ ตลาดดั้งเดิม รถเข็นสตรีทฟู้ด รถบัสและแท็กซี่ท้องถิ่นบางส่วนนอกเมืองใหญ่ และตู้ล็อกเกอร์หรือตู้ขายของอัตโนมัติบางเครื่องที่อ่านได้เฉพาะบัตรในประเทศ วิธีแก้ที่ใช้ได้จริงคือพกบัตรสองเครือข่ายที่ต่างกัน (บัตร Visa และ Mastercard ควรมาจากธนาคารคนละแห่ง) ควบคู่กับเงินสดสำรองตามที่กล่าวไปข้างต้น แล้วคุณจะรับมือได้เกือบทุกสถานการณ์ที่เจอ
ควรแลกเงินที่ไหนในเกาหลี?
เคาน์เตอร์แลกเงินที่สนามบินสะดวกที่สุดแต่มักให้อัตราแย่ที่สุดเสมอ — ควรใช้แค่แลกเงินสดพอสำหรับค่าแท็กซี่เที่ยวแรกหรือค่ารถไฟ AREX เข้าเมือง ไม่ใช่แลกเป็นเงินสดสำหรับทั้งทริป สำหรับส่วนที่เหลือ มีสามทางเลือกที่ดีกว่าสนามบิน:
- ร้านแลกเงินย่านเมียงดง ย่านนี้ในกรุงโซลเต็มไปด้วยร้านแลกเงินขนาดเล็กที่ได้รับใบอนุญาต แข่งขันกันด้านอัตราแลกเปลี่ยน และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นจุดแลกเงินสดที่ดีที่สุดในประเทศ ควรพกธนบัตรต่างประเทศที่สะอาดและมูลค่าสูงไปด้วยเพื่อให้ได้อัตราที่ดีที่สุด
- ตู้ WOWPASS เครื่องสีเหลืองสดใสเหล่านี้ — ตอนนี้มีอยู่ตามสนามบิน สถานีรถไฟใต้ดิน และย่านท่องเที่ยวทั่วประเทศ — รับเงินสกุลต่างประเทศราว 16 สกุล แปลงเป็นเงินวอนทันที แล้วโอนยอดเข้าบัตรเติมเงินแบบใช้ซ้ำได้ ซึ่งใช้จ่ายค่าขนส่งและซื้อของทั่วไปได้ด้วย แอปคู่กันยังให้คุณแลกและเติมเงินจากบัตรต่างชาติได้เช่นกัน ในอัตราที่ดีกว่าเคาน์เตอร์สนามบินอย่างชัดเจน
- สาขาธนาคาร ธนาคารใหญ่ ๆ แลกเงินตามอัตราที่ประกาศไว้ในเวลาทำการ ช้ากว่าตู้อัตโนมัติ แต่น่าเชื่อถือถ้าคุณอยากคุยกับพนักงานโดยตรง
ไม่ว่าจะใช้ช่องทางไหน ให้นับเงินสดให้ครบก่อนเดินออกจากเคาน์เตอร์ และหลีกเลี่ยงบูธแลกเงินที่โฆษณาอัตราดีกว่าที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะมักเป็นสัญญาณของค่าคอมมิชชันแอบแฝง
T-money คืออะไร จำเป็นต้องมีไหม?
T-money คือบัตรขนส่งสาธารณะแบบเติมเงินของเกาหลี — แตะที่เครื่องอ่านบนรถไฟใต้ดินและรถบัสทั่วประเทศ รวมถึงร้านสะดวกซื้อและแท็กซี่หลายแห่ง แทนที่จะซื้อตั๋วเที่ยวเดียวทุกครั้ง ตัวบัตรมีราคา ₩2,500–₩4,000 (ไม่คืนเงิน) และคุณเติมเงินแยกต่างหากตามจำนวนที่ต้องการใช้เดินทาง หาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อใกล้สถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่ง ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วในสถานี หรือที่ศูนย์ขนส่งสนามบินอินชอนตอนที่คุณลงเครื่อง จากนั้นเติมเงินสดได้ที่ร้านสะดวกซื้อเดียวกันหรือเครื่องเติมเงินในสถานี

ณ เดือนมีนาคม 2026 รถไฟใต้ดินกรุงโซลได้อัปเกรดตู้ประมาณ 440 เครื่องใน 273 สถานีบนสาย 1–8 ให้รับบัตร Visa, Mastercard, JCB, UnionPay และ Amex ที่ออกจากต่างประเทศ สำหรับซื้อหรือเติมเงินบัตร T-money ได้โดยตรง — สะดวกมากถ้าคุณลงเครื่องมาโดยยังไม่มีเงินวอนติดตัว แม้จะมีค่าธรรมเนียมบัตรต่างชาติเล็กน้อยก็ตาม สำหรับการเดินทางในกรุงโซลแบบวันต่อวัน บัตร T-money (หรือคู่แข่งที่เน้นนักท่องเที่ยวด้านล่าง) แทบจะเป็นสิ่งจำเป็น — การซื้อตั๋วกระดาษเที่ยวเดียวทุกครั้งจะเพิ่มทั้งค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในระยะยาว
T-Money กับ WOWPASS กับ Climate Card — เลือกอันไหนดี?
ทั้งสามใบใช้กับเครื่องอ่านรถไฟใต้ดินและรถบัสชุดเดียวกัน ดังนั้นการเลือกขึ้นอยู่กับว่าอยากให้บัตรทำอะไรได้อีกบ้าง:
| บัตร | เหมาะกับ | ฟีเจอร์เสริม | หาซื้อได้ที่ไหน |
|---|---|---|---|
| T-money | ความเรียบง่าย — ใช้แค่ขนส่งและซื้อของเล็ก ๆ | ใช้ที่ร้านสะดวกซื้อได้ด้วย | ร้านสะดวกซื้อ เครื่องในสถานี สนามบิน |
| WOWPASS | มือใหม่ที่ต้องแลกเงินด้วย | แลกเงิน + บัตรจ่ายเงิน + ขนส่ง รวมในใบเดียว | ตู้สีเหลืองที่สนามบิน สถานี ย่านท่องเที่ยว |
| Climate Card (Tourist Pass) | ใช้รถไฟใต้ดิน/รถบัสหนักหลายวันติดต่อกัน | นั่งได้ไม่จำกัดเที่ยวในโซลตลอดช่วงอายุบัตร | ตู้รถไฟใต้ดินที่อัปเกรดแล้ว ร้านสะดวกซื้อบางแห่ง |
ถ้าคุณอยู่เกาหลีแค่ไม่กี่วันและอยากให้เรื่องต้องคิดน้อยลงหนึ่งอย่าง WOWPASS คือคำตอบที่ง่ายที่สุด เพราะทดแทนได้ทั้งขั้นตอนแลกเงินและขั้นตอนหาบัตรขนส่งในคราวเดียว ถ้าคุณมีเงินวอนอยู่แล้วและแค่ต้องการบัตรขนส่งที่ถูกที่สุดและใช้ได้ทั่วไปที่สุด บัตร T-money ธรรมดาก็เพียงพอ
การขอคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวทำงานอย่างไร?
เกาหลีมีระบบแยกกันสองแบบที่คนมักสับสน: ร้าน duty free (ส่วนใหญ่อยู่ที่สนามบินและบางจุดในเมือง) ขายสินค้าโดยหักภาษีออกไปแล้วตั้งแต่ต้น ส่วนร้านที่มีป้าย “Tax Free” จะคิดราคาเต็มรวม VAT ก่อน แล้วให้คุณขอคืนภาษีบางส่วนภายหลัง สิทธิ์ขอคืนภาษีใช้ได้กับการซื้อขั้นต่ำ ₩15,000 ต่อใบเสร็จหนึ่งใบในร้านที่เข้าร่วมโครงการ (บางร้านตั้งเกณฑ์ไว้ที่ ₩30,000) และคุณต้องใช้พาสปอร์ตตอนจ่ายเงินเพื่อขอใบเสร็จปลอดภาษี
จากนั้นร้านใหญ่บางแห่งจะหักส่วนลดให้ทันทีที่แคชเชียร์ ส่วนกรณีอื่น ๆ คุณต้องนำใบเสร็จ พาสปอร์ต และสินค้าไปยื่นที่ตู้ขอคืนภาษีในเมือง (พบได้ทั่วไปในย่านช้อปปิ้งอย่างเมียงดง) หรือที่เคาน์เตอร์คืนภาษีและจุดตรวจศุลกากรที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่อง — เผื่อเวลาที่สนามบินไว้เพิ่มถ้าคุณช้อปปิ้งหนักมือ ควรรู้ไว้ว่าเงินที่ได้คืนจริงมักอยู่ที่ 4–7% ของราคาสินค้า ไม่ใช่เต็ม 10% ของ VAT เพราะผู้ให้บริการคืนภาษีจะหักค่าดำเนินการออกไปก่อน และโดยทั่วไปสินค้าต้องถูกนำออกนอกเกาหลีภายในสามเดือนหลังซื้อ สำหรับรายละเอียดครบถ้วนเรื่อง duty-free กับการขอคืนภาษี ดูได้จากคู่มือปลอดภาษีอย่างเป็นทางการขององค์การการท่องเที่ยวเกาหลีซึ่งเป็นข้อมูลอ้างอิงล่าสุด

ที่เกาหลีต้องให้ทิปไหม?
ไม่ต้อง — การให้ทิปไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมบริการเกาหลี และรวมอยู่ในราคาที่บอกคุณอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกันงบส่วนนี้ไว้ต่างหาก สำหรับภาพรวมที่ครบถ้วนกว่านี้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำทางสังคม ดูได้ที่คู่มือมารยาทเกาหลีของเรา
วางแผนทริปของคุณ
จัดการเรื่องเงินให้เรียบร้อยก่อนลงเครื่อง: ตรวจสอบเงื่อนไขการเข้าเกาหลีล่าสุด วางงบทริปด้วยตารางค่าใช้จ่ายเที่ยวโซลของเรา และเตรียมซิมหรืออีซิมเกาหลีไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เปิดแผนที่นำทางได้ทันทีตั้งแต่ก้าวออกจากประตูสนามบิน ถ้าคุณจะต่อรถไฟด่วน AREX หรือ KTX เมื่อถึงเกาหลีแล้ว ควรจองตั๋วรถไฟล่วงหน้า🚄ไว้ก่อน ดีกว่าไปต่อคิวที่ตู้ขายตั๋วพร้อมเงินสกุลที่ยังไม่คุ้นมือ
เมื่อกำหนดวันเดินทางแน่นอนแล้ว ลองเทียบราคาตั๋วเครื่องบินไปโซล✈️ดู และสำหรับช่วงที่เหลือของทริป คู่มือเที่ยวโซลฉบับสมบูรณ์ของเราครอบคลุมทั้งที่พัก ร้านอาหาร และวิธีเดินทาง หลังจากที่คุณจัดการเรื่องบัตรและเงินสดเรียบร้อยแล้ว
การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร หากคุณจองผ่านลิงก์เหล่านี้ ฉันอาจได้รับค่าคอมมิชชันเล็กน้อยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ ฉันแนะนำเฉพาะบริการที่ตัวเองจะใช้จริง ๆ เท่านั้น
