Deoksugung Palace in central Seoul

ข้อกำหนดเข้าเกาหลี 2026: e-Arrival Card, K-ETA และวีซ่า

อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2026

ตอบสั้น ๆ: สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ข้อกำหนดเข้าเกาหลีปี 2026 สรุปง่าย ๆ คือ หนังสือเดินทางไทยเข้าเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับพำนักระยะสั้น (สูงสุด 90 วัน) ตามความตกลงยกเว้นวีซ่าไทย-เกาหลี แต่ยังต้องขอ K-ETA ก่อนบิน เพราะไทยไม่อยู่ใน 22 ประเทศ/เขตแดนที่ได้รับยกเว้น K-ETA ชั่วคราวถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026 (รายชื่อครบด้านล่าง — มีญี่ปุ่น ไต้หวัน สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และอีก 17 ประเทศ แต่ไม่มีไทย) และไม่ว่าจะกรณีไหน เกือบทุกคนต้องกรอกบัตรขาเข้าดิจิทัล (e-Arrival Card) ฟรีทางออนไลน์ก่อนเดินทางถึงทุกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 คาดว่า K-ETA จะกลับมาบังคับใช้กับทุกสัญชาติอีกครั้ง

กฎการเข้าเมืองเกาหลีเปลี่ยนไปในปี 2026 และหัวข้อใหญ่ที่สุดคือขั้นตอนดิจิทัลใหม่ที่ชื่อว่า e-Arrival Card ข่าวดีคือ K-ETA ที่หลายคนถามถึงยังคงได้รับการยกเว้นสำหรับหลายสิบประเทศในปีนี้ — แต่ไทยไม่ใช่หนึ่งในนั้น ดังนั้นนักท่องเที่ยวไทยจึงยังต้องผ่านขั้นตอน K-ETA ตามปกติ ส่วนเรื่องที่ทุกคนหนีไม่พ้นคือเกือบทุกคนต้องกรอก e-Arrival Card ก่อนขึ้นเครื่อง บทความนี้จะไล่ดูทีละเรื่องว่าคุณต้องเตรียมอะไรบ้าง — วีซ่า K-ETA e-Arrival Card — พร้อมแหล่งข้อมูลทางการให้ตรวจสอบ

ข้อควรทราบ: กฎการเข้าเมืองเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและแตกต่างกันไปตามสัญชาติ ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลที่แนบไว้ด้านล่างก่อนเดินทางเสมอ บทความนี้เป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายด้านคนเข้าเมือง


สารบัญ


คนไทยต้องขอวีซ่าเข้าเกาหลีใต้ไหม?

สำหรับนักท่องเที่ยวไทย คำตอบคือไม่ต้อง หนังสือเดินทางไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าจากเกาหลีใต้ตามความตกลงยกเว้นวีซ่าไทย-เกาหลี ทำให้เข้าเกาหลีเพื่อท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจระยะสั้นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้สูงสุด 90 วัน เช่นเดียวกับผู้ถือหนังสือเดินทางจากสหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ระยะเวลาพำนักแบบไม่ต้องขอวีซ่าจริง ๆ แล้วแตกต่างกันไปตามสัญชาติ (ตั้งแต่ 30 ถึง 180 วัน) จึงควรตรวจสอบสิทธิ์ของประเทศตัวเองอีกครั้งผ่านข้อมูลทางการของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี

แต่ “ไม่ต้องขอวีซ่า” ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเตรียมอะไรเลย นักเดินทางไทยยังต้องขอ K-ETA ก่อนบิน ตามที่อธิบายในหัวข้อถัดไป ส่วนใครที่พำนักนานกว่าที่กำหนด หรือเดินทางไปทำงานหรือเรียนต่อ ต้องขอวีซ่าประเภทที่เหมาะสมผ่านสถานทูตหรือสถานกงสุลเกาหลีก่อนเดินทางเช่นเดิม สำหรับคนอื่น ๆ ที่เหลือ บทความนี้จะพาไปดูสองขั้นตอนดิจิทัลที่มาแทนบัตรขาเข้าแบบกระดาษเดิม

พระราชวังทกซูกุงใจกลางกรุงโซล
ภาพ: Richard Mortel from Riyadh, Saudi Arabia / CC BY 2.0 ผ่าน Wikimedia Commons

e-Arrival Card คืออะไร? (ฟีเจอร์ใหม่ปี 2026)

e-Arrival Card คือแบบฟอร์มดิจิทัลฟรีเฉพาะทริป ที่มาแทนบัตรขาเข้ากระดาษแบบเดิมที่เคยกรอกบนเครื่องบิน ในปี 2026 มันกลายเป็นข้อบังคับสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ และต้องยื่นออนไลน์ภายในสามวันก่อนเดินทางถึงเกาหลีในแต่ละครั้ง — จึงเป็นงานที่ต้องทำทุกทริป ไม่ใช่ลงทะเบียนครั้งเดียวจบ

กรอกได้ที่เว็บไซต์ทางการ e-arrivalcard.go.kr โดยใช้ข้อมูลหนังสือเดินทาง การเดินทาง และที่พัก จำเป็นสำหรับเกือบทุกคนที่ไม่มี K-ETA ที่ยังใช้ได้อยู่ — รวมถึงเด็กและผู้สูงอายุด้วย กลุ่มที่ได้รับการยกเว้นหลัก ๆ คือนักเดินทางที่มี K-ETA ที่ยังใช้ได้อยู่แล้ว ผู้พำนักต่างชาติที่จดทะเบียนและมีบัตรผู้พำนัก และลูกเรือเครื่องบินหรือเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ การยื่นก่อนขึ้นเครื่องช่วยให้ข้ามขั้นตอนกระดาษที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและเดินตรงไปยังทางออกได้เลย

มือถือจอสมาร์ตโฟนแสดงแอป ใช้สำหรับกรอก e-Arrival Card ออนไลน์ก่อนเดินทาง

ต้องขอ K-ETA ในปี 2026 ไหม?

คำตอบคือต้องขอ — และนี่คือจุดที่คนไทยพลาดกันบ่อยที่สุด K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) เป็นระบบที่ครอบคลุมผู้ถือหนังสือเดินทางจาก 112 ประเทศและเขตแดนที่ได้รับยกเว้นวีซ่า แต่การยกเว้น K-ETA ชั่วคราว (ขยายเวลาไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026) ครอบคลุมแค่ 22 ประเทศและเขตแดนเท่านั้น ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเก๊า สหรัฐฯ (รวมกวม) แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน โปแลนด์ สวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เบลเยียม เดนมาร์ก และออสเตรีย ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อนี้ — พูดง่าย ๆ คือแม้เข้าเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่าได้ แต่คนไทยยังต้องขอ K-ETA ก่อนบินทุกครั้ง ไทยกลับอยู่ในรายชื่อประเทศเอเชียที่ K-ETAบังคับใช้ด้วยซ้ำ

ไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ สัญชาติที่เข้าเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่าแต่ไม่ได้รับยกเว้น K-ETA ยังมีมาเลเซีย บรูไน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อิสราเอล ตุรกี คาซัคสถาน บราซิล เม็กซิโก ชิลี อาร์เจนตินา โคลอมเบีย แอฟริกาใต้ โมร็อกโก และประเทศส่วนใหญ่ในสหภาพยุโรปที่ไม่อยู่ในรายชื่อด้านบน (ไอร์แลนด์ โปรตุเกส กรีซ เช็กเกีย ฮังการี โรมาเนีย โครเอเชีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย และกลุ่มประเทศบอลติก) หากไม่มี K-ETA ที่ได้รับอนุมัติ สายการบินมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องได้

วิธีขอ K-ETA ทำผ่านเว็บไซต์ทางการ k-eta.go.kr เท่านั้น — เว็บนี้กับแอปมือถือ K-ETA เป็นช่องทางทางการเพียงสองช่องทาง เว็บเอเจนซี่หน้าตาคล้ายกันมักคิดราคาแพงกว่ามาก ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 10,000 วอน (ราว 250 บาท) บวกค่าธรรมเนียมบัตร 3% การอนุมัติที่ออกตอนนี้ใช้ได้นาน 3 ปี (หรือจนกว่าหนังสือเดินทางจะหมดอายุ) สำหรับพำนักระยะสั้นได้หลายครั้ง และการพิจารณาอาจใช้เวลา72 ชั่วโมงขึ้นไป — จึงไม่ควรทิ้งไว้จนถึงนาทีสุดท้าย มีข้อยกเว้นที่มีประโยชน์สองข้อ คือ นักเดินทางอายุ 17 ปีหรือต่ำกว่า หรือ 65 ปีขึ้นไป ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ K-ETA ไม่ว่าจะสัญชาติใด และผู้ที่มี K-ETA ที่ยังใช้ได้จะได้รับยกเว้นไม่ต้องกรอก e-Arrival Card แยกต่างหากอีก


e-Arrival Card กับ K-ETA: ต้องขออันไหน?

สรุปตรรกะแบบเร็ว ๆ สำหรับทริปปี 2026 ของสัญชาติที่เข้าเกาหลีแบบไม่ต้องขอวีซ่า:

สถานการณ์ของคุณ (2026) ต้องยื่นอะไร
จาก 1 ใน 22 ประเทศที่ได้รับยกเว้น K-ETA e-Arrival Card (ฟรี) ก่อนเดินทางถึงทุกครั้ง
ไม่ต้องขอวีซ่าแต่ไม่อยู่ในรายชื่อยกเว้น (เช่น ไทย) K-ETA (10,000 วอน) ก่อนบิน
อายุ 17 ปีหรือต่ำกว่า หรือ 65 ปีขึ้นไป ไม่ต้องขอ K-ETA — ทำแค่ e-Arrival Card
มี K-ETA ที่ยังใช้ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม — K-ETA ครอบคลุมแล้ว
ผู้พำนักต่างชาติที่จดทะเบียน / ลูกเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ ได้รับยกเว้น e-Arrival Card
เดินทางตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป คาดว่า K-ETA จะกลับมาบังคับใช้อีกครั้ง

สรุปสั้น ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวไทย: ตรวจสอบรายชื่อ 22 ประเทศก่อนเสมอ เพราะไทยไม่อยู่ในรายชื่อนั้น นั่นแปลว่าปี 2026 คุณไม่ต้องขอวีซ่า แต่ต้องขอ K-ETA ก่อนบิน และยังต้องกรอก e-Arrival Card ฟรีเว้นแต่มี K-ETA ที่ยังใช้ได้อยู่แล้ว ถ้าคุณมี K-ETA จากทริปก่อนหน้าที่ยังไม่หมดอายุ ก็ครอบคลุมและข้ามบัตรขาเข้าได้เลย


นอกจากนี้ต้องเตรียมอะไรอีกในการเข้าเกาหลี?

นอกเหนือจากแบบฟอร์มดิจิทัล พื้นฐานที่ยังต้องมีเหมือนเดิมคือ หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ ตั๋วเดินทางกลับหรือต่อไปยังประเทศอื่น และหลักฐานที่พัก (e-Arrival Card ต้องกรอกที่อยู่ในเกาหลี จึงควรจองที่พักคืนแรกไว้ล่วงหน้า) ศุลกากรมีข้อจำกัดเรื่องเงินสด สินค้าปลอดภาษี แอลกอฮอล์ และบุหรี่ และอาหารหรือผลิตภัณฑ์การเกษตรบางชนิดต้องสำแดง หากอยากมีเน็ตใช้ทันทีที่ลงเครื่อง — สะดวกสำหรับดูแผนที่และยืนยัน e-Arrival Card — ควรเตรียมซิมหรืออีซิมไว้ล่วงหน้า

ภายในอาคารผู้โดยสารสนามบินนานาชาติอินชอนที่ทันสมัย จุดที่มีการตรวจสอบเอกสารเข้าเมืองเกาหลีตอนมาถึง

ต้องเตรียมเอกสารพวกนี้ล่วงหน้าแค่ไหน?

e-Arrival Card ยื่นได้แค่ภายในสามวันก่อนเดินทางถึงเท่านั้น จึงเป็นงานที่ทำใกล้วันบิน — ตั้งเตือนล่วงหน้าสักสองสามวันไว้ ส่วนอะไรก็ตามที่ต้องใช้เวลาล่วงหน้านานกว่านั้น — วีซ่า (ถ้าสัญชาติของคุณต้องขอ) หรือ K-ETA ที่คนไทยทุกคนต้องขอ (การพิจารณาอาจใช้เวลาถึง 72 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น) — ควรจัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนออกเดินทาง ส่วนที่เหลืออย่างเทียบราคาตั๋วเครื่องบินเพื่อจองดีลที่คุ้มค่า✈️ หรือจองที่พักคืนแรกไว้ให้มีที่อยู่กรอกในฟอร์ม ก็คุ้มที่จะทำแต่เนิ่น ๆ เช่นกัน


วางแผนทริปของคุณ

จัดการเรื่องเข้าเมืองก่อน แล้วค่อยวางแผนในเมือง พอเอกสารเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว คู่มือเดินทางจากสนามบินอินชอนเข้าโซลของเรารวมทุกวิธีเข้าเมืองไว้ให้ และคู่มือการเดินทางในโซลของเราอธิบายเรื่องบัตร T-money และแอปขนส่งสาธารณะ คุณยังจองรถรับส่งสนามบินล่วงหน้า🎫ได้เพื่อให้การเดินทางถึงราบรื่น

จากนั้นวางแผนแต่ละวัน แพลนเที่ยวโซล 4 วันของเราออกแบบไว้สำหรับทริปแรก คู่มือเลือกที่พักของเราช่วยเลือกทำเลที่เหมาะ และคู่มือค่าใช้จ่ายเที่ยวโซลของเราช่วยตั้งงบประมาณ


การเปิดเผยข้อมูล: บทความนี้มีลิงก์พันธมิตร หากคุณจองผ่านลิงก์เหล่านี้ ผมอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อยโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ผมแนะนำเฉพาะบริการที่ตัวเองใช้จริงเท่านั้น กฎการเข้าเมืองเปลี่ยนแปลงบ่อยและแตกต่างกันไปตามสัญชาติ — ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์ทางการของรัฐบาลก่อนเดินทางเสมอ


เกี่ยวกับผู้เขียน

Stay Cat คือผู้เชี่ยวชาญการท่องเที่ยวเกาหลีที่เกิดและเติบโตที่นั่น ใช้เวลาทั้งชีวิตเดินทางทั่วประเทศบ้านเกิด และยังเป็นนักเดินทางที่ผ่านมาแล้วหลายประเทศทั่วโลก ในฐานะครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวที่มีผู้ติดตามกว่า 40,000 คน Stay Cat เขียนคู่มือทุกฉบับของ Trablind จากความรู้ของคนท้องถิ่นและประสบการณ์ตรง เป็นคำแนะนำที่ผ่านการใช้จริง ไม่ใช่ข้อมูลที่คัดลอกต่อกันมา อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Threads

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ติดตามเราบน Threads: @staypickcat